Month: กันยายน 2020

ความกลัวของการเปลี่ยนงาน

มนุษย์บนโลกใบนี้ มักมีความกลัวซ่อนเร้นอยู่ในจิตใจและจิตใต้สำนึก เมื่อครั้นที่ต้องมีเรื่องที่ทำให้เราต้องตัดสินใจเปลี่ยนแปลงจากสิ่งที่เคยทำอยู่เดิมๆ มาเป็นระยะเวลานั้น แล้วต้องเปลี่ยนแปลงไปจากสิ่งที่เราเคยทำอยู่ คนเราทุกคนมักจะเริ่มมีความกลัวทางด้านจิตใต้สำนึกเข้ามาเกี่ยวข้อง

เช่นเรื่องของการเปลี่ยนงาน ซึ่งคนเรามักจะหาเหตุผลเพื่อสนับสนุนความกลัวนั้น โดยเหตุผลสองประการหลักๆ คือ หนึ่งกลัวความล้มเหลว และสอง เสียดายความรู้ที่เรียนมา ความกลัวหลักๆที่ทำให้หลายคนไม่กล้าเปลี่ยนงาน คือ การมีภาระทางด้านครอบครัว ซึ่งต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายและการดูแลคนอื่นๆในบ้าน

ซึ่งถ้าหากเปลี่ยนงานแล้วไม่ประสบความสำเร็จ อาจจะมีผลกระทบทำให้ครอบครัวเดือดร้อน นั่นจึงเป็นความกลัวที่ทำให้หลายๆ คนไม่กล้าเสี่ยงที่จะเปลี่ยนงาน นั่นจึงเป็นคำตอบที่สุดท้ายมักจะจบลงด้วยการทำงานอยู่ที่เดิม ซึ่งหลายคนที่ตัดสินใจเช่นนี้ มักจะหาเหตุผลมารับรองตัวเอง

เมื่อถูกตั้งคำถามว่าทำไมถึงไม่เปลี่ยนงาน เช่น “ทำงานที่ไหนก็เหมือนกัน” ซึ่งคำตอบนี้ไม่ใช่เรื่องผิดหรือถูก เพราะมันคือสัญชาตญาณหาความปลอดภัยที่อยู่ในตัวของทุกคน เพราะการรอบคอบไว้ก่อนเป็นเรื่องธรรมชาติ เพียงแต่เราต้องระวังอย่าปล่อยให้ความรอบคอบกลายเป็นความกลัวที่จะล้มเหลวมากเกินไป จนขยับตัวไม่ได้ 

ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม คนที่ไม่กล้าเปลี่ยนงาน ต้องหันมาทำความเข้าใจของคำว่า “ล้มเหลว” กันใหม่ เพราะงานทุกงานนั้น มีความเสี่ยงกันทั้งนั้น ไม่ว่าคุณจะอยู่ในตำแหน่งไหน เป็นเจ้าของธุรกิจหรือเป็นลูกจ้าง

ดังนั้น คุณต้องมีการประเมินความเสี่ยงเป็นระยะๆ ต่อให้ธุรกิจเติบโตหรือตำแหน่งงานของคุณไปได้อย่างดีเยี่ยม วันหนึ่งตื่นเช้ามาก็อาจพบว่าฟ้าถล่มก็เป็นไปได้ เหมือนที่เศรษฐกิจไทยทุกวันนี้เป็นกันอยู่ ในชั่วข้ามคืน สิ่งที่มั่นคงที่สุดอาจกลายเป็นความไม่มั่นคงได้

ดังนั้นเราไม่ควรปล่อยความกลัวมาครอบงำจนทำให้เกิดความล้มเหลว เพราะมันคือเรื่องธรรมดา แต่ถ้าวางแผนดี รอบคอบ ก็จะช่วยให้เราลดความเสี่ยงลง “ความล้มเหลว” ไม่ได้หมายถึงรายได้น้อยลง เพราะหากคุณมีความสุขกับการทำงาน ก็คือความสำเร็จในระดับหนึ่งแล้ว

สำหรับคนที่คิดเปลี่ยนสายอาชีพแบบหน้ามือเป็นหลังมือ เทคนิคหนึ่งที่ทำได้คือ ค่อยๆ เปลี่ยน เช่นวันหนึ่งหากคุณมีงานประจำ

แต่อยากเปลี่ยนตัวเองมาเป็นนักเขียนมืออาชีพ คุณก็ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนโดยทันที ใช้วิธีจับปลาสองมือไปก่อน แค่จัดสรรเวลาให้ดี ไม่ให้มีผลกระทบกับงานประจำ แล้วดูว่างานที่คุณเปลี่ยนเหมาะกับคุณมั้ย ก็ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกคนที่คิดจะเปลี่ยนงานเพื่ออนาคตที่ดีกว่า

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  เซ็กซี่เกม บาคาร่า

อนาคตเราอาจไม่เหลือ สายการบินของไทย

ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน อดีตเคยยิ่งใหญ่ ปัจจุบันอาจจะเป็นแค่ฟันเฟืองตัวเล็กๆ ในธุรกิจระดับประเทศหรือระดับโลกก็เป็นไปได้ ยิ่งด้วยสถานการณ์เศรษฐกิจ ที่ไม่มีความแน่นอนบนโลกปัจจุบัน ประกอบกับปัจจัยหลายๆ อย่างทั้งในประเทศและนอกประเทศ

รวมไปถึงปัจจัยที่ไม่อาจสามารถควบคุมได้ ไม่ว่าจะเป็นภัยธรรมชาติและหรือโรคติดต่อ หากผู้บริหารของแต่ละองค์กร ไม่มีวิสัยทัศน์ที่ชาญฉลาดและมองขาด อ่านเกมล่วงหน้าและคาดการณ์ได้อย่างแม่นยำ รวมถึงการบริหารการจัดการที่ให้อยู่ในระเบียบแบบแผน และรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้นแบบไม่ทันคาดคิดได้

ธุรกิจนั้นคงพัง เฉกเช่นเดียวกับธุรกิจสายการบิน สายการบินที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นสายการบินของคนไทย สายการบินแห่ง นั่นคือสายการบินไทย ที่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา แม้ไม่เจอภัยหรือสถานการณ์ที่ไม่อาจควบคุมได้ สายการบินไทยนี่ ก็อ่วมอรทัยเกือบทุกปี

ด้วยการบริหารที่เอื้อผลประโยชน์ต่อองค์กรและพนักงานรวมถึงบุคคลกร แต่ไม่คำนึงถึงการบริหารธุรกิจซึ่งเป็นสิ่งสำคัญ จึงทำให้มีผลการประกอบการที่ขาดทุนอยู่เกือบทุกปี และมาปีนี้ ปีที่เรียกว่าอาจจะเผาเศรษฐกิจไทยจริงๆ หลังจากที่หลายๆคน บอกว่าจะเผา จะเผา แต่ก็กลายเป็นเผาหลอกทุกครั้งไป

แต่สำหรับปีนี้คงไม่ใช่ ด้วยสภาวะเศรษฐกิจ และสถานการณ์ไข้โควิดที่กำลังระบาดจนอยู่ทุกวันนี้ น่าจะเป็นตัวแปรปัจจัยสำคัญที่ทำให้การบินไทย ถึงเวลาต้องปิดตัวลง เพราะไม่อาจทนแรงต้านทานที่จะแบกรับต้นทุนที่เกิดขึ้นในแต่ละวันได้อีก ด้วยรายได้หลักที่มาจากการบินในภูมิภาคเอเชีย ที่ทุกวันนี้ต้องยกเลิกทุกเที่ยวบิน และจอดเครื่องบินที่วิ่งเส้นทางนี้ไว้เฉย

เปรียบเสมือนคลังโชว์เครื่องบิน ส่วนจะหวังพึ่งรายได้อีกทางที่ทุกปีพอจะช่วยโอบอุ้มให้มีผลประกอบการที่ดีขึ้นได้ อย่างการบินข้ามทวีป ก็ไม่สามารถจะหวังพึ่งพาอะไรได้อีก เพราะแต่ละประเทศที่ทางการบินไทย เคยได้ทำการบินไว้นั้น ตอนนี้ทุกประเทศปลายทางยกเลิกการเดินทางเข้าประเทศทุกเที่ยวบิน

ครั้นกับรายได้ที่ทางการบินไทยไม่เคยสนใจในเรื่องของการให้บริการการบินในประเทศนั้น ก็คงไม่ได้ช่วยอะไรแม้กระทั่งเงินที่จะเอามาจ่ายพนักงานทุกหน่วยงานและทุกภาคส่วนในองค์กร ของแต่ละเดือน เพราะแค่เที่ยวบิน กรุงเทพฯ ไป เชียงใหม่ จังหวัดที่ขายดิบขายดีและมีคนเดินทางบ่อย

ตอนนี้เรียกได้ว่านับหัวผู้โดยสารที่นั่งอยู่บนเครื่องบินได้อย่างสบาย เพราะเอาจริงที่ว่าค่าน้ำมันบินไปกลับนั้น เมื่อเอามาเทียบกับจำนวนที่ผู้โดยสารใช้บริการนั้น ยังไม่คุ้มเลย สู้จอดนิ่งสนิทเฉยๆ จะดีกว่า ไม่รู้ว่ารุ่นหลาน ยังจะรู้จักสายการบินนี้อีกมั้ย

 

ขอขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  sagame