ไอเดียในการทำธุรกิจ

"Behind every stock is a company. Find out what it’s doing"
- Peter Lynch

เป็นคำกล่าวที่ไม่เกินจริงเลยนั่นคือ เราจะสนใจแต่เพียงหุ้นแต่อย่างเดียวไม่ได้ แต่การลงทุน การทำธุรกิจ ต้องรู้ให้ลึกถึง จุดแข็ง จุดอ่อนของบริษัท ว่าทำธุรกิจในด้านใด

ข่าวสารนักลงทุน

เว็บไซต์เพื่อความรู้ วิชาการ ไอเดียเคล็ดลับในกาทำธุรกิจ
ที่จำเป็นต้องรู้ ทั้งแบบพื้นฐาน จนไปกระทั่งถึงระดับแอดวานซ์
เพื่อให้ทุกเม็ดเงินลงทุนของท่าน จะทำกำไรกลับมาอย่างคุ้มที่สุด เหมาะสมที่สุด

MARISSA MAYER ซีอีโอ YAHOO

เมื่อคุณเลิกกลัวและกล้าออกไปเสี่ยง ความสำเร็จจึงจะเกิดขึ้น

BIZ STONE ผู้ร่วมก่อตั้ง TWITTER

ความสำเร็จมักจะเกิดขึ้น ชั่วข้ามคืน เมื่อคุณผ่านการพยายามมาอย่างหนัก และกำลังคิดว่ามันจะไม่สำเร็จ

STEVE JOBS ผู้ก่อตั้งบริษัท APPLE

ชีวิตคนเรามันสั้น อย่าหยุดฝัน เพราะฟังคำคนอื่น
case

เตรียมพร้อมอยู่เสมอ โอกาสมาไม่ทันตั้งตัว

Shapes

คิดนอกกรอบเข้าไว้ แล้วจะมีไอเดียใหม่ๆ

People

เชื่อมโยงธุรกิจเข้าด้วยกัน เพื่อความเติบโตก้าวหน้า

Hand

วางแผนเพื่อส่วนรวม เพื่อสังคม และธุรกิจจะโตได้ไกล

เรื่องราวธุรกิจของเรา

ปรับเปลี่ยนโครงสร้าง

ปรับเปลี่ยนแก้ไขโครงสร้างของโครงการ

ปรับเปลี่ยนโครงสร้าง รูปแบบในการควบคุมมีการต่างออกไปเพื่อรองรับต่อการทำงานของแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็นบุคลากรต่างๆหากมีการจัดการที่เหมาะสมจะทำให้การทำงานลดผลกระทบที่เกิดต่อตัวงานสิ่งเหล่านี้เองจึงทำให้ผู้ที่ดำเนินงานหรือโครงการต่างๆที่มีความซับซ้อนกันทางระดับขั้นหรือแม้แต่จะเป็นการทำงาน

ลดความเสียหายในการทำงานหรือลดงานที่จะทำให้สูญเสียทรัพยากรของบริษัทอย่างสูญเปล่าลดการเปลี่ยนแปลงอย่างเปล่าประโยชน์ มีการจัดทำของโครงงานต่างๆไว้เพื่อรองรับกิจกรรมภายในของตัวโครงการเองเพื่อตอบสนองต่อปัญหาและวัตถุประสงค์นำทรัพยากรมาใช้อย่างเหมาะสมที่สุด

อย่างไรก็ตามขอบเขตของโครงการจะต้องมีการกำหนดอย่างชัดเจนไม่ว่าจะเป็นเวลาในการทำงานระยะเวลาในการผลิตและแต่ละขั้นตอน สิ่งเหล่านี้ต้องมีในแบบแผนทั้งหมดจะต้องมีการคาดการณ์ว่าจะใช้ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ หากมีการล่วงเกินของโครงการที่มีระยะเวลานาน

จะต้องมีการทำสรุปมาว่าจะสูญเสียผลประโยชน์อย่างไรและจะสามารถชดเชยด้านใดได้บ้างลดผลกระทบให้ได้มากที่สุด ผู้ที่มีการจัดทำหรือดำเนินโครงการเองจะต้องมีการวิเคราะห์อยู่ตลอดเวลาว่าขอบเขตในการทำงานสามารถทำได้ตามที่มีการคิดเห็นไว้หรือเปล่าหรือในส่วนของผลงานที่มีการทำกิจกรรมต่างๆของงานมีแบบแผนอย่างชัดเจนในตัวโครงงานทำอะไรได้บ้าง

มีการเปลี่ยนแปลงตรงไหนได้บ้างเพื่อเกิดผลกระทบน้อยที่สุดของการเกินระยะเวลาในการทำงานเพื่อลดค่าใช้จ่ายหรือคุมค่าใช้จ่ายให้อยู่ในการกำหนดของโครงการตั้งแต่ต้น เพราะต้องอย่าลืมว่าในการทำโครงการแต่ละครั้งจำเป็นต้องหาทรัพยากรไม่ว่าจะเป็นทางด้านการเงินของบริษัทต่างๆนำมาเพื่อช่วยให้โครงการนี้ประสบความสำเร็จ

แต่ถ้าหากไม่มีการกำหนดของตัวโครงการอย่างชัดเจนจะทำให้แบบแผนต่างๆไม่สามารถลุล่วงไปได้ในส่วนของงบประมาณที่บานปลายจะทำให้ตัวโครงการและประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ การวางแบบแผนต่างๆที่มีโครงสร้างอย่างชัดเจนไม่มีการขับเคลื่อนไปได้หรือการเปลี่ยนแปลงได้จะทำให้ตัวโครงการนี้

ยิ่งยากเข้าไปใหญ่เปรียบเทียบกับโครงการที่มีการพัฒนาหรือปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลาเพื่อโยกย้ายทรัพยากรมาใช้อย่างเกิดประโยชน์สูงสุด มีการจัดสรรเวลาต่างๆที่ดีพอมีหน่วยการประสานงานอย่างเหมาะสมนี่เองคือวิธีการลดผลกระทบมากที่สุด

ในตัวโครงการที่เกิดผลกระทบหรือว่าความเสียหายขึ้นหากจะลดความเสียหายให้ได้มากที่สุดจำเป็นจะต้องมีการทบทวนในตัวโครงการอีกครั้ง เพื่อพัฒนาโครงสร้างหรือแบบแผนใหม่ทั้งหมดเรียกประชุมผู้ที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นทางด้านบริหารรวมถึงตัวผู้รับผิดชอบโครงการเอง

ปัญหาของการเสียหายในตัวโครงการอาจจะบานปลายหากไม่มีการแก้โดยทันทีนี้เองจึงเป็นความสำคัญว่าทำไมจะต้องมีการวางแบบแผนและการกำหนดรูปแบบในการตรวจเช็คอยู่ตลอดเวลา

เพื่อทำให้งานเหล่านี้สามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพและองค์การสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า หรือการแก้ไขตัวโครงสร้างของโครงการเลยก็ว่าได้

 

สนับสนุนโดย  ae sexy

ความกลัวของการเปลี่ยนงาน

มนุษย์บนโลกใบนี้ มักมีความกลัวซ่อนเร้นอยู่ในจิตใจและจิตใต้สำนึก เมื่อครั้นที่ต้องมีเรื่องที่ทำให้เราต้องตัดสินใจเปลี่ยนแปลงจากสิ่งที่เคยทำอยู่เดิมๆ มาเป็นระยะเวลานั้น แล้วต้องเปลี่ยนแปลงไปจากสิ่งที่เราเคยทำอยู่ คนเราทุกคนมักจะเริ่มมีความกลัวทางด้านจิตใต้สำนึกเข้ามาเกี่ยวข้อง

เช่นเรื่องของการเปลี่ยนงาน ซึ่งคนเรามักจะหาเหตุผลเพื่อสนับสนุนความกลัวนั้น โดยเหตุผลสองประการหลักๆ คือ หนึ่งกลัวความล้มเหลว และสอง เสียดายความรู้ที่เรียนมา ความกลัวหลักๆที่ทำให้หลายคนไม่กล้าเปลี่ยนงาน คือ การมีภาระทางด้านครอบครัว ซึ่งต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายและการดูแลคนอื่นๆในบ้าน

ซึ่งถ้าหากเปลี่ยนงานแล้วไม่ประสบความสำเร็จ อาจจะมีผลกระทบทำให้ครอบครัวเดือดร้อน นั่นจึงเป็นความกลัวที่ทำให้หลายๆ คนไม่กล้าเสี่ยงที่จะเปลี่ยนงาน นั่นจึงเป็นคำตอบที่สุดท้ายมักจะจบลงด้วยการทำงานอยู่ที่เดิม ซึ่งหลายคนที่ตัดสินใจเช่นนี้ มักจะหาเหตุผลมารับรองตัวเอง

เมื่อถูกตั้งคำถามว่าทำไมถึงไม่เปลี่ยนงาน เช่น “ทำงานที่ไหนก็เหมือนกัน” ซึ่งคำตอบนี้ไม่ใช่เรื่องผิดหรือถูก เพราะมันคือสัญชาตญาณหาความปลอดภัยที่อยู่ในตัวของทุกคน เพราะการรอบคอบไว้ก่อนเป็นเรื่องธรรมชาติ เพียงแต่เราต้องระวังอย่าปล่อยให้ความรอบคอบกลายเป็นความกลัวที่จะล้มเหลวมากเกินไป จนขยับตัวไม่ได้ 

ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม คนที่ไม่กล้าเปลี่ยนงาน ต้องหันมาทำความเข้าใจของคำว่า “ล้มเหลว” กันใหม่ เพราะงานทุกงานนั้น มีความเสี่ยงกันทั้งนั้น ไม่ว่าคุณจะอยู่ในตำแหน่งไหน เป็นเจ้าของธุรกิจหรือเป็นลูกจ้าง

ดังนั้น คุณต้องมีการประเมินความเสี่ยงเป็นระยะๆ ต่อให้ธุรกิจเติบโตหรือตำแหน่งงานของคุณไปได้อย่างดีเยี่ยม วันหนึ่งตื่นเช้ามาก็อาจพบว่าฟ้าถล่มก็เป็นไปได้ เหมือนที่เศรษฐกิจไทยทุกวันนี้เป็นกันอยู่ ในชั่วข้ามคืน สิ่งที่มั่นคงที่สุดอาจกลายเป็นความไม่มั่นคงได้

ดังนั้นเราไม่ควรปล่อยความกลัวมาครอบงำจนทำให้เกิดความล้มเหลว เพราะมันคือเรื่องธรรมดา แต่ถ้าวางแผนดี รอบคอบ ก็จะช่วยให้เราลดความเสี่ยงลง “ความล้มเหลว” ไม่ได้หมายถึงรายได้น้อยลง เพราะหากคุณมีความสุขกับการทำงาน ก็คือความสำเร็จในระดับหนึ่งแล้ว

สำหรับคนที่คิดเปลี่ยนสายอาชีพแบบหน้ามือเป็นหลังมือ เทคนิคหนึ่งที่ทำได้คือ ค่อยๆ เปลี่ยน เช่นวันหนึ่งหากคุณมีงานประจำ

แต่อยากเปลี่ยนตัวเองมาเป็นนักเขียนมืออาชีพ คุณก็ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนโดยทันที ใช้วิธีจับปลาสองมือไปก่อน แค่จัดสรรเวลาให้ดี ไม่ให้มีผลกระทบกับงานประจำ แล้วดูว่างานที่คุณเปลี่ยนเหมาะกับคุณมั้ย ก็ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกคนที่คิดจะเปลี่ยนงานเพื่ออนาคตที่ดีกว่า

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  เซ็กซี่เกม บาคาร่า

โรงเรียนเอกชน

โรงเรียนของเอกชนทำไมถึงมีการขยายตัวอย่างรวดเร็วในต่างประเทศมีถึงขั้นนำโรงเรียนเข้าตลาดหลักทรัพย์แสดงว่ารายได้มากกว่าหลายร้อยล้านและมีงบประมาณที่เป็นกำไรอย่างต่อเนื่องจึงทำให้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากว่าโรงเรียนไม่ควรจะเข้าตลาดหลักทรัพย์

เพราะทำให้เห็นว่ามุ่งหวังแต่ผลกำไรไม่ได้พัฒนาในส่วนการศึกษาแต่ในต่างประเทศนี้เรื่องนี้เป็นเรื่องปกติที่จะมีโรงเรียนเอกชนเกิดขึ้นมากมายและเป็นโรงเรียนของคนที่มีรายได้ค่อนข้างสูงในประเทศไทยหากมองย้อนกลับมามีโรงเรียนเอกชนหลายระดับมากแต่ส่วนใหญ่

ก็จะมีราคาที่ค่อนข้างสูงเริ่มต้นตั้งแต่หลักพันจนเป็นหลักแสนต่อเทอมโรงเรียนเหล่านี้หารายได้จากอะไร 1 ส่วนใหญ่หลักๆที่มีรายได้เข้ามาสู่โรงเรียนนั้นก็คือการเก็บค่าเทอมในแต่ละเทอมภาคโรงเรียนเหล่านั้นมีนักเรียนประมาณ 1000 คนและต่อ 1 เทอมจะมีค่าใช้จ่ายหลักๆ

คือค่าธรรมเนียมและค่าการเรียนการสอนโดยประมาณ 10,000 บาทนั่นแปลว่าในแต่ละเทอมจะมีรายได้เข้าสู่โรงเรียนโดยเฉลี่ยแล้ว 10 ล้านบาทต่อ 1 เทอม 1 ปีในโดยปกติแล้วจะมีประมาณ 2 เทอมแปลว่ารายได้ประจำของโรงเรียนนั้นจะมีรายได้ประมาณ 20 ล้านบาทต่อปีแต่ในส่วนนี้คงไม่พอที่จะพัฒนาโรงเรียนให้มีศักยภาพมากยิ่งขึ้นจึงทำให้มีส่วนต่างๆเกิดขึ้นมากมาย

ไม่ว่าจะเป็นคอร์สเรียนต่างๆเพื่อเรียนเสริมและพัฒนาศักยภาพของนักเรียนให้มีมากยิ่งขึ้นและอีกทั้งยังเพิ่มรายได้ให้กับครูประจำชั้นที่มาสอนพิเศษหลังเรียนจบในส่วนนี้หากโรงเรียนมีการจัดสรรอย่างดีจะทำให้เพิ่มรายได้ให้กับครูเพราะว่าอย่างที่รู้กันครูอัตราจ้างของประเทศไทยมีรายได้ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับประเทศอื่นและเทียบกับค่าครองชีพน่าจะทำให้ครูต้องมีอาชีพเสริมส่วนใหญ่รายได้ของคุณครู

จะมาจากการสอนพิเศษเป็นหลักหลังเลิกเรียนหรือไม่แต่เสาร์อาทิตย์การติวเข้มหรือมีการกวดวิชาก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับการสร้างรายได้ให้ครอบครัวอีกทั้งหากโรงเรียนมีการจัดสรรรถไปรับไปส่งและคิดค่ารถไปด้วยได้แต่ละเดือนก็จะมีเงินเข้ามาหมุนในระบบพอสมควรตั้งโรงเรียนสามารถหารายได้จากตรงนี้ได้ประมาณหลักแสนถึงหลักล้านเลยก็ว่าได้

ต่อเดือนเพราะมีเด็กจำนวนมากที่ผู้ปกครองในปัจจุบันไม่สามารถไปรับไปส่งได้เนื่องจากการใช้ชีวิตในปัจจุบันต้องแข่งขันกันทำงานเป็นอย่างมากและมีงานที่หนักขึ้นเรื่อยๆเวลาก็ล่วงเลยไปจึงทำให้ในส่วนนี้เข้ามาทดแทนโดยการจ่ายเงินให้กับทางโรงเรียน

และทางโรงเรียนก็ไปรับไปส่งนักเรียนอย่างปลอดภัยจนถึงบ้านทำให้ผู้ปกครองไม่ต้องเป็นห่วงในการดูแลบุตรหลานในช่วงเช้าหรือช่วงเย็นเพราะหากคุณอยู่ในเมืองและคุณต้องไปรับไปส่งคุณอาจจะต้องเสียเวลาเป็นหลายชั่วโมงเพื่อไปรับหรือไปส่งจึงทำให้ประหยัดเวลาเป็นจำนวนมากแต่แลกมาด้วยค่าใช้จ่ายที่เพิ่มมากขึ้นเช่นเดียวกันในส่วนนี้ก็เป็นรายได้หลักและรายได้เสริม โรงเรียนที่มาเลี้ยงและพัฒนาบุคลากรต่างๆ 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  เล่นบาคาร่าออนไลน์ฟรี

มาทำความรู้จักกับความมั่งคั่ง

ความมั่งคั่งคืออะไร หลายคนตั้งคำถามกับความหมายนี้ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ความมั่งคั่งคือ มูลค่าของสินทรัพย์สุทธิหรือความมั่งคั่งสุทธิ ของบุคคล ซึ่งก็คือ สินทรัพย์รวม ลบ ด้วยหนี้สินรวม นั่นเอง ซึ่งความมั่งคั่งส่วนใหญ่ก็มาจากการออม การลงทุน หรือมรดก

ซึ่งหากคนที่รู้จักการบริหารความมั่งคั่งคือ เค้าจะไม่นำความมั่งคั่งออกไปใช้จ่ายในการดำรงชีพ ยกเว้นเมื่อรายได้ประจำหยุดไปแล้ว แล้วเราควรมีอะไรอยู่ในความมั่งคั่งบ้างถึงจะดี

  1. สินทรัพย์สภาพคล่อง ได้แก่เงินสด เงินฝากระยะสั้น กองทุน เพื่อสำรองใช้จ่ายวันต่อวันและสำรองในกรณีฉุกเฉินอย่างน้อยหกเดือน เพราะถ้าหากสำรองมากกว่านี้ อาจจะทำให้เสียโอกาสในความมั่งคั่งกลุ่มที่สอง
  2. สินทรัพย์เพื่อการลงทุน เพื่อสร้างรายได้ หรือสร้างมูลค่า เช่นเงินฝากระยะยาว อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ประกันชีวิต ซึ่งกฎของมันคือ ความมั่งคั่งจะเติบโตได้ดี ถ้าเรามีสัดส่วนของสินทรัพย์เพื่อการลงทุน มากกว่า 50% ของความมั่งคั่งทั้งหมด
  3. สินทรัพย์ส่วนตัว เช่นที่อยู่อาศัย รถยนต์ หรือของใช้อื่นๆ หากเสียเงินซื้อกับสินทรัพย์ประเภทนี้เกินไปก็จะทำให้เสียโอกาสในการลงทุน ซึ่งในความเป็นจริงแล้วนั้น ข้อสามนี้ ผู้ที่ประสบความสำเร็จการเงินบางท่าน ไม่นำมาเป็นสินทรัพย์ด้วยซ้ำ แต่บางท่านอาจจะมองว่า ถ้าได้มีการคัดกรองก่อนซื้อด้วยการประมาณราคาและโอกาสขายต่อในอนาคต แล้วมันสามารถเพิ่มความมั่งคั่งได้ก็อาจจะเป็นข้อยกเว้น เช่น บ้านพักอาศัย ของสะสม เครื่องประดับ แต่ในทางตรงกันข้ามควรหลีกเลี่ยงสินทรัพย์ราคาสูงด้อยค่าเร็วหรือซื้อแล้วมีค่าใช้จ่ายแฝงสูงตามมา เช่น รถยนต์

แล้วเคยคิดไหมว่า ทำไมการสร้างความมั่งคั่งจึงเป็นเรื่องสำคัญสำหรับทุกคน เพราะความมั่งคั่งนั้นสามารถแปลงเป็นปัจจัยที่สนองความต้องการทุกระดับของมนุษย์ เช่น ความต้องการในด้านปัจจัยสี่ ความปลอดภัย ความรักการเป็นเจ้าของ ความภาคภูมิใจ และความสมบูรณ์แบบของชีวิต

และยังมีปัจจัยอื่นที่เร่งความสำคัญของการสร้างความมั่งคั่ง ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยทางสังคม ปัจจัยทางเศรษฐกิจ และปัจจัยเชิงบวก โดยถ้าหากจะมองว่าจะทำอย่างไรให้ตัวเองมั่งคั่งนั้น เราควรจะต้อง

บริหารความมั่งคั่ง ด้วยการวางแผนทางการเงินแบ่งเป็นหลายแผนครอบคลุมทุกความต้องการทางการเงิน โดยกำหนดเป้าหมายและแผนปฏิบัติเพื่อให้ทั้งหมดเป็นจริง เพราะการบริหารความมั่งคั่งด้วยการมีแผนทางการเงิน จะทำให้เราสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายและความต้องการที่เราอยากมีอยากได้ ให้อยู่ในกรอบที่มันควรจะเป็น และเป็นสิ่งที่คอยเตือนเราอยู่เสมอเมื่อครั้งใดก็ตามที่เรากำลังจะหลุดจากแผนที่เราได้กำหนดไว้

 

ขอขอบคุณ  sa gaming vip ทดลอง เล่น  ที่ให้การสนับสนุน

Shape