ไอเดียในการทำธุรกิจ

"Behind every stock is a company. Find out what it’s doing"
- Peter Lynch

เป็นคำกล่าวที่ไม่เกินจริงเลยนั่นคือ เราจะสนใจแต่เพียงหุ้นแต่อย่างเดียวไม่ได้ แต่การลงทุน การทำธุรกิจ ต้องรู้ให้ลึกถึง จุดแข็ง จุดอ่อนของบริษัท ว่าทำธุรกิจในด้านใด

ข่าวสารนักลงทุน

เว็บไซต์เพื่อความรู้ วิชาการ ไอเดียเคล็ดลับในกาทำธุรกิจ
ที่จำเป็นต้องรู้ ทั้งแบบพื้นฐาน จนไปกระทั่งถึงระดับแอดวานซ์
เพื่อให้ทุกเม็ดเงินลงทุนของท่าน จะทำกำไรกลับมาอย่างคุ้มที่สุด เหมาะสมที่สุด

MARISSA MAYER ซีอีโอ YAHOO

เมื่อคุณเลิกกลัวและกล้าออกไปเสี่ยง ความสำเร็จจึงจะเกิดขึ้น

BIZ STONE ผู้ร่วมก่อตั้ง TWITTER

ความสำเร็จมักจะเกิดขึ้น ชั่วข้ามคืน เมื่อคุณผ่านการพยายามมาอย่างหนัก และกำลังคิดว่ามันจะไม่สำเร็จ

STEVE JOBS ผู้ก่อตั้งบริษัท APPLE

ชีวิตคนเรามันสั้น อย่าหยุดฝัน เพราะฟังคำคนอื่น
case

เตรียมพร้อมอยู่เสมอ โอกาสมาไม่ทันตั้งตัว

Shapes

คิดนอกกรอบเข้าไว้ แล้วจะมีไอเดียใหม่ๆ

People

เชื่อมโยงธุรกิจเข้าด้วยกัน เพื่อความเติบโตก้าวหน้า

Hand

วางแผนเพื่อส่วนรวม เพื่อสังคม และธุรกิจจะโตได้ไกล

เรื่องราวธุรกิจของเรา

เจ้าของธุรกิจ vs ลูกจ้าง

ในปัจจุบันก็ทมีทั้งคนที่เลือกสายงานในการทำธุรกิจต่างๆและคนที่ต้องการเป็นลูกจ้างประจำ ซึ่งทั้งสองสิ่งนี้นั้นเป็นงานที่มีความสุจริตทั้งสิ้น แต่แน่นอนว่าทั้งสงมีความแตกต่างเช่นกันทั้งในเรื่องการทำงานและแนวความคิดด้วย ถึงแม้จะมีแนวความคิดในการทำงานที่ต่างกัน

แต่ในเรื่องของเป้าหมายในการทำธุรกิจหรือการทำงานเป็นลูกจ้างนั้นก้ค่อนข้างที่จะมีความคล้ายคลึงกันนั่นเอง โดยเป้าหมายทั้งในการทำธุรกิจและในการทำงานนั้นก็คือ การได้มาซึ่งรายได้เพื่อที่จะสามารถไปใช้เพื่อเลี้ยงชีพนั่นเอง และสำหรับเจ้าของธุรกิจนั้นเป้าหมายที่แท้จริงคือการได้มาของรายได้แต่เป้าหมายหลักของคนทำธุรกิจนั้น

ความจริงแล้วคือการทำธุรกิจให้สามารถเข้าไปอยู่ในตลาดทีได้รับความนยมเพื่อให้ธุรกิจนั้นมีการเจริญเติบโตขึ้นไปอีกนั่นเอง ซึ่งจะต่างจ้างลูกจ้างจะไม่ต้องมานั่งคิดหรือมาเหนื่อยในเรื่องการทำการตลาเป็นต้น

เจ้าของธุรกิจเป็นนายตัวเองไม่ต้องทำงานภายใต้การบังบัญชาของใคร เพราะเราเป็นเจ้าของคนที่จะสั่งเราหรือใช้เราในการทำงานได้นั้นก็มีเพียงแค่ตัวเรานั่นเอง ดังนั้นแล้วลักษณะนิสัยของเจ้าของธุรกิจที่จะไปได่ไกลนั้นก็คือจะต้องมีความรับผิดชอบ ขยันและเป็นคนที่จะต้องพ้อมเรียนรู้นำสิ่งใหม่ๆมาพัฒาตัวเองและธุรกิจอยู่เสมอ

รายได้ที่ไม่มั่นคง การทำธุรกิจอย่างใดอย่างหนึ่งยกตัวอย่างเช่นการทำธุรกิจการขายเสื้อผ้าแฟชั่น แน่นอนว่าในแต่ละวันแต่ละเดือนนั้นยอดขายและผู้ซื้อไม่ได้มีเท่ากันในทุกๆวันทุกๆเดือนดังนั้นการเป็นเจ้าของธุรกิจจึงมีรายได้ไม่เท่ากันในแต่ละเดือนซึ่งบางเดือนอาจจะได้มากและในบางเดือนอาจจะได้น้อยเจ้าของธุรกิจจึงต้องมีการจัดสรรในเรื่องรายรับรายจ้ายอย่างละเอียดมากๆ

อิสระที่มากในการทำงาน เจ้าของธุรกิจสามารถที่จะทำงานเมื่อไหร่ที่ใดก็ได้โดยไม่ต้องมีการจำกัดพื้นที่นการทำงาน แต่การทำงานจะต้องดำเนอนการไปอย่างราบรื่น

ลูกจ้างนั้นจะต้องทำงานภายใต้การบังคับบัญชาจากหัวหน้าหรือผู้ที่จ้างงาน เพื่อให้งานดำเนินไปตามสิ่งที่ผู้จ้างนั้นต้องการนั่นเอง ดังนั้นแล้วถึงแม้จะเป็นการดำเนินงานตามคำสั่งแต่การเป็นลูกจ้างก็จะตองมีควมรับผิดชอบในงานที่ได้รับมอบหมายเช่นกันด้วย

รายได้คงที่ ถือว่าเป็นข้อดีในการบริหารจัดการด้านการเงิน เพราะรายได้ของการเป็นลูกจ้างนั้นจะสามารถทำให้การกำหนดการใช้จ่ายในแต่ละเดือนนั้นเป็นไปอย่างง่ายและราบรื่นขึ้นแต่รายได้จะคงที่ตลอดไปไม่มีลดลงหรือเพิ่มสูงขึ้น

อิสระในการำงานค่อนข้างน้อย เพราะเป็นลูกจ้างนั้นจะต้องอยู่ภายใต้คำสั่งผู้บังคับบัญชาทำให้ลูกจ้างนั้นมีอิสระในการทำงานที่น้อยเพราะว่าต้องปฏิบัติตามคำสั่งและต้องอยู่ภายในสถานที่ที่ถูกจำกัดไม่สามารถออกไปนอกสานที่ในขณะที่ทำงานได้ ทำให้บางครั้งเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความอึดอัดระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างในเรื่องนี้เช่นกัน

 

สนับสนุนโดย.  บาคาร่า777

บัตรทองรักษาฟรี โควิด19

บัตรทองรักษาฟรี โควิด19 ทั้งโรงพยาบาลรัฐบาลและโรงพยาบาลเอกชน

หลังจากที่เป็นเรื่องถกเถียงกันอย่างมายาวนาน ตั้งแต่เริ่มมีการแพร่ระบาดของไข้ไวรัสโควิด19 ตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา จนเวลานี้คือกลางเดือนเมษายน ซึ่งใช้เวลาเกือบสามถึงสี่เดือน ในการสรุปว่าประชาชนที่มีบัตรประกันสังคมสามารถรักษาไข้ไวรัสโควิด19 ได้หรือไม่

ซึ่งล่าสุดก็มีความชัดเจนกันไปแล้วว่าสามารถรักษาได้ฟรี สำหรับผู้ถือบัตรประกันสังคม ส่วนบัตรทองก็เพิ่งได้ข้อสรุปในวันนี้ ที่ประชาชนผู้ที่ถือบัตรทองสามารถรักษาได้ทั้งโรงพยาบาลรัฐบาลและโรงพยาบาลเอกชน เพราะหลังจากที่มีการวิพากษ์วิจารณ์กันมาตลอดว่า ทำไม่ประชาชนถึงไม่สามารถหาหมอหรือรักษาอาการไข้เหล่านี้ได้

โดยการที่รัฐบาลไทยออกมาคุ้มครองเหมือนประเทศอื่นๆ เพราะเมื่อช่วงแรกที่ไข้ไวรัสนี้ระบาดเข้ามาในไทยนั้น มีพวกผู้ป่วยที่ได้รับการติดเชื้อได้ไปหาหมอเพื่อเพื่อรักษาโรคนี้ แต่ปรากฏว่า บางโรงพยาบาลก็รับเข้าการรักษา แต่ค่าใช้จ่ายก็เป็นหลักแสน บางโรงพยาบาลก็ไม่ยอมรับการรักษา

เพราะกลัวจะกลายเป็นประเด็นที่มีผู้ป่วยติดเชื้อโควิดอยู่ที่โรงพยาบาล จะทำให้ไม่มีคนไข้ที่ไม่สบายเป็นอาการอื่นๆ  ซึ่งกลายเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์ ที่รัฐบาลไทยไม่แก้ปัญหาเรื่องนี้ จนทางบริษัทประกันชีวิตต่างๆ ได้ใช้ช่องทางนี้ในการจูงใจให้คนทำประกันเพื่อรักษาโรคโควิด

แต่ใครจะกันได้ทุกคน เพราะตาสี ตาสา คนใช้แรงงาน หาเช้ากินค่ำ ลำพังจะกินในแต่ละวัน พวกเค้าเหล่านี้ก็เหนื่อยแทบใจจะขาด และยิ่งรัฐบาลมีมาตรการออกมาให้มีการปิดกิจการชั่วคราวบางประเภท ซึ่งส่งผลต่อพนักงานและลูกจ้างรายวัน เป็นอย่างมาก เพราะกิจการต่างๆ

หรือห้างร้านที่ต้องปิดเป็นการชั่วคราวด้วยตามาตรการของรัฐบาลนั้นทำให้พวกเค้ากลายเป็นคนตกงานในชั่วค่ำคืน นั่นคือสาเหตุที่พวกเค้าจะเอาเงินที่ไหนไปรักษาตัวหากเค้าต้องติดไวรัส และกลายเป็นผู้ป่วยโควิด19 ขึ้นมา จนล่าสุด สุดท้ายด้วยการทำงานแบบเต่าล้านปีไดโนเสาร์ที่รอกันมาเกือบสามเดือน

จึงจะมีนโยบายออกมาว่า คนไทยสามารถใช้บัตรทองและบัตรประกันสังคมรักษาอาการป่วยโควิด19 ได้ตามจริง ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ดี ที่สามารถช่วยให้คนที่ถือบัตรทอง ได้มีหลักประกันในการหาหมอ เพื่อรักษาตัวเอง เพราะแค่จะรอให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดไข้ไวรัสนั้น

คงจะทำได้แค่เก่งแต่ปากที่บอกว่าเอาอยู่ หรือมาตรการเยียวยาต่างๆ ที่มีแต่คำพูดแต่ไม่มีจริงในโลกแห่งความจริง อยากรู้ว่า ทำไมการอนุมัติซื้ออาวุธเพื่อหาเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง ไม่เห็นต้องรอนานเหมือนการรอบัตรทองรักษาโควิด19 เลย

 

ขอบคุณ  ufabet  ผู้ให้การสนับสนุน

ทำงานที่บ้านอย่างไรไม่ให้เสียสติ

จากสถานการณ์ปัจจุบันที่บริษัทแต่ละแห่งต้องมีการอนุมัติให้พนักงานทั่วไปนั่งทำงานอยู่ที่บ้านนั้น เนื่องจากปัญหาเรื่องการแพร่ระบาดของไข้ไวรัสโควิด19 จึงเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ทุกคนที่มีอาชีพเป็นลูกจ้างประจำหรือพนักงานอิสระต้องมานั่งทำงานที่บ้านแทน

ซึ่งจากเดิมนั้นอาจจะไม่ต้องทำงานที่บ้านก็ได้ อาจจะเป็นร้านการแฟเก๋ก็ได้ แต่ตอนนี้ไม่ได้แล้ว เพราะทุกคนต้องร่วมมือร่วมใจกันแก้ปัญหาเรื่องโรคระบาดนี้ แต่คราวนี้พอกลับมาที่บ้าน ที่ที่ไม่ใช่ออฟฟิศ อาจให้หลายคนทำงานได้ไม่เต็มที่ อาจจะด้วยเรื่องของอุปกรณ์การทำงาน

หรือสภาพแวดล้อมที่ต้องปรับตัวกันพอสมควร แต่ก็คงไม่หนักเท่ากับคุณแม่ที่ต้องเตรียมรับมือทำงานที่บ้านพร้อมกับเลี้ยงลูกไปในเวลาเดียวกัน ซึ่งมันอาจจะดูเป็นความท้าทายของหลายๆคน  แต่ถ้าลูกอยู่ในวัยที่กำลังซนและยังพูดไม่ค่อยรู้เรื่องอาจจะทำให้ความท้าทายกลายเป็นความเหนื่อยแทน

และยิ่งถ้าลูกของคุณนั้นยังไม่โตพอหรือเข้าใจกับสถานการณ์การกักตัวและป้องกันจากการแพร่ระบาดเรื่องโควิดนี้แล้วหล่ะก้อ ทางสภาเศรษฐกิจโลก ก็มีคำแนะนำสำหรับมนุษย์ที่ต้องทั้งเลี้ยงลูก และทำงานไปด้วยอยู่ที่บ้าน เพื่อให้เกิดความสมดุลและเสียสติไปก่อน

  1. พูดคุยเรื่องคุณค่าและค่านิยมกับลูก ซึ่งช่วงเวลานี้ เป็นเวลาที่ดีที่จะได้นั่งคุยและอธิบายกับลูกว่าเพราะอะไรเราถึงต้องเว้นระยะห่างทางสังคม หรือวิธีการทำงานที่บ้าน และคุณสามารถใช้เวลานี้ในการเปิดใจ คุยกับสมาชิกครอบครัวที่ถือว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงและความเปลี่ยนแปลงในลูกหลาน
  2. สร้างความเข้าใจให้ตรงกัน โดยเราต้องตัดสินใจปรับเปลี่ยน ให้เข้าใจกับสถานการณ์ พึ่งพาความคิดของเราเอง และอธิบายเค้าว่า เราไม่เคยตกอยู่ในสถานการณ์อย่างนี้มาก่อน อาจทำให้เราเข้าใจกันผิดและคลาดเคลื่อน
  3. ปล่อยผ่านความไม่สมบูรณ์แบบ เพราะถ้าคุณเป็นคนมีมาตรฐานการทำงานที่สูง แม้ว่าจะเป็นการทำงานจากที่บ้าน ให้คิดว่านี่เป็นการฝึกความผ่อนคลาย ลูกอาจจะทำให้บ้านรก เวลาที่คุณคุยโทรศัพท์เรื่องงาน ยอมปล่อยผ่านความสมบูรณ์แบบที่น้อยลงจากชีวิตไปบ้าง
  4. พยายามรักษาความเชื่อมโยงกับสังคม ซึ่งคำว่าระยะห่างทางสังคม ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องตัดทุกอย่างจากโลกภายนอก คุณยังคงต้องหาทางรักษาความเชื่อมโยงกับเครื่องมือ ที่ทำให้คุณมีเวลาที่จะมีความรู้สึกว่าไม่โดดเดี่ยวบนโลกใบนี้
  5. สร้างสรรค์และตอกย้ำ แน่นอนว่าช่วงนี้เป็นช่วงเวลาที่ท้าทายอย่างแท้จริง แต่หากใช้เวลาและโอกาสนี้ให้เกิดประโยชน์ และอยู่ใกล้ชิดกับครอบครัวมากขึ้น มันจะทำให้มีสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นขึ้นอย่างไม่รู้ตัว

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย    สมัคร gclub ไม่มีขั้นต่ำ

คนตายจากพิษเศรษฐกิจ

คงต้องยอมรับกันแล้วว่าความรุนแรงของการแพร่ระบาดไข้ไวรัสโควิด19 นั้น มีอานุภาพทำลายอย่างร้ายแรง จนทำให้แต่ละประเทศสะบักสะบอมกันไปหมด ซึ่งปัญหาใหญ่ที่จะตามมาของคนทั่วโลกคือ เศรษฐกิจโลกกำลังจะพัง เพราะผู้คนต่างล้มป่วย

และหยุดการทำงานในหลายๆ ภาคส่วน มีการหยุดและยุติการส่งออกระหว่างประเทศ และการค้าในแต่ละประเทศเองก็ซบเซาด้วยปัญหาคนออกจากบ้านไม่ได้ ซึ่งในส่วนของประเทศไทย จากที่แบงค์ชาติเคยประเมินไว้ตอนสิ้นปีว่า เศรษฐกิจไทยจะโตขึ้น สองจุดแปดเปอร์เซ็นต์

แต่ตอนนี้จะกลายเป็นติดลบห้าจุดสามเปอร์เซ็นต์แทน ซึ่งเป็นอัตราติดลบทางด้านเศรษฐกิจที่หนักที่สุดในรอบยี่สิบสองปี นับตั้งแต่วิกฤติต้มยำกุ้งปี 2541 ซึ่งผลจากการระบาดของไวรัสตัวนี้ทางแบงค์ชาติเชื้อว่ามันจะถูกควบคุมได้ในเดือนเมษายน

แต่การฟื้นตัวนักท่องเที่ยวยังคงต้องใช้เวลา และการส่งออกสินค้าและบริการมีแนวโน้มปรับลดลงอย่างเห็นได้ชัด หากมีการควบคุมการแพร่ระบาดและหาวัคซีนที่รักษาได้ ก็ต้องดูอีกว่านโยบายของประเทศไทยจะสามารถทำได้เพียงใด

การหดตัวของจีดีพี น่าเป็นห่วงโดยเฉพาะผลจากภาคส่งออกสินค้า ซึ่งรวมกับการท่องเที่ยว ดูแนวโน้มจะมีสถานการณ์ที่รุนแรงในช่วงไตรมาส2  ยิ่งถ้าดูจากนโยบายหรือมาตรการที่ภาครัฐทำไว้นั้น เราจะเห็นภาพชัดเจนว่าการระบาดของไข้ไวรัสโควิด19 นี้

ในอนาคตข้างหน้าน่าจะยังคงมีความทวีรุนแรงอีกขึ้นเรื่อยๆ และกว่าจะควบคุมได้คงต้องใช้เวลาสองถึงสามเดือน ซึ่งก็จะข้าสู่ต้นไตรมาสสามกันแล้ว และกว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวคงต้องใช้เวลาอีกหนึ่งไตรมาส รวมกันก็ต้องดูคู่ค้าของเราอีกต่อว่า เค้าแข็งแรงและพร้อมเร็วแค่ไหน

ดังนั้นมันเหมือนห่วงโซ่  ที่กระทบกันเป็นลูกโซ่ ไปยังภาคธุรกิจและรายได้ครัวเรือนของประชาชนจนกลายเป็นวงกว้าง การลงทุนและการบริโภคของภาคเอกชนก็หดตัวลงไป ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อคนที่เป็นหนี้แบงค์ไม่มีจ่ายหนี้ แบงค์เองก็จะมีหนี้เสียเพิ่มมากขึ้น และเมื่อแบงก์เองมีหนี้เสีย

ก็จะไม่ปล่อยเงินกู้ต่อลมหายใจให้กับลูกหนี้อีก ถึงตอนนั้นธุรกิจแต่ละที่ก็จะลดเงินเดือน และจำนวนพนักงาน เพราะสายป่านไม่พอ ซึ่งถ้าเป็นเช่นนี้ก็จะมีกลุ่มคนที่ตกงาน และไม่มีรายได้ นั่นคือสาเหตุที่หากบางคนไม่มีทางออกก็อาจจะเลือกวิธีตัดช่องน้อยแต่พอตัว ซึ่งก็จะทำให้มีคนตายจากพิษเศรษฐกิจ มากกว่าไข้ไวรัสโควิด 19

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  เซ๊กซี่บาคาร่าเกมส์66

Shape